Line Mobile เปิดให้ทดสอบในประเทศไทยแล้ว

LINE MOBILE ได้มาเปิดตัว พร้อมให้บริการแบบ BETA ในประเทศไทยแล้ว ซึ่งจุดเด่นใช้บริการ LINE ฟรีไม่เสียค่าเน็ต (ทั้งแชท และโทรผ่าน LINE) พร้อมรายละเอียดที่ต้องบอกว่าไม่ธรรมดา

LINE MOBILE เป็นบริษัทตั้งขึ้นมาต่างหาก ไม่เกี่ยวกับ LINE Thailand ที่ให้บริการแอปพลิเคชั่นอยู่ ซึ่งก่อนหน้านี้ อริยะ พนมยงค์ กรรมการผู้จัดการของ LINE Thailand ได้ให้สัมภาษณ์กับ ผู้จัดการออนไลน์ ว่า LINE MOBILE ไม่เข้าตลาดไทย เพราะ LINE ก็เป็นพันธมิตรกับผู้ให้บริการมือถือในไทย และมีอัตราการเติบโตที่ดีอยู่แล้ว

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการครั้งนี้ LINE MOBILE ถือเป็นผู้ให้บริการมือถืออีกรายหนึ่ง โดยผู้สนใจจะใช้งานได้ต้องลงทะเบียนผ่านเว็บไซต์ที่ th.linemobile.com (ยังเข้าใช้งานไม่ได้) จากนั้นรอ 1-3 วัน ซิมจะส่งมาถึงที่บ้าน จากนั้นสามารถเปิดใช้บริการ และจัดการทุกอย่างได้ผ่านแอป LINE MOBILE โหลดมาติดตั้งได้ทั้ง iOS และ Android

ค่าบริการช่วงทดลอง

ค่าบริการมีการกำหนดในเบื้องต้น 6 แพ็คเกจ (XS – XXL) อาจมีการเปลี่ยนแปลงเพื่อความเหมาะสม (นี่เป็นช่วง BETA) โดย XS คิดค่าบริการ 299 บาท โทรได้ 100 นาทึ ใข้อินเทอร์เน็ตความเร็วสูง 1Gbps

จากนั้นค่าบริการจะไล่ขึ้นไป S 399, M 499, L 699, XL 899 และ XXL 1099 อย่างไรก็ตาม ต้องรอการประกาศแพ็คเกจค่าบริการจริง ที่อาจมีการเปลี่ยนแปลงอีกครั้ง

รายละเอียดเบื้องต้น คิดค่าโทรส่วนเกิน นาทีละ 99 สตางค์ (คิดตามจริงเป็นวินาที) อินเทอร์เน็ตเมื่อเกินจากแพ็คเกจ สามารถใช้งานต่อได้ที่ความเร็ว 256Kbps หรือจะซื้อแพ็คเกจเสริมความเร็วสูง 1Gbps ราคา 120 บาท สามารถเปลี่ยนแพ็คเกจหลักได้ตลอดเวลาผ่านแอป LINE MOBILE โดยมีผลในรอบบิลถัดไป

จุดเด่นอีกประการคือ แอป LINE MOBILE สามารถเช็คยอดค่าโทร เช็คการโทรและอินเทอร์เน็ตที่เหลือ กดเปลี่ยนแพ็คเกจหลัก สามารถควบคุมความเร็วเน็ตได้ (สลับระหว่างเน็ตเต็มสปีด – 256Kbps) กรณีต้องการเน็ตความเร็วสูงไว้ใช้ ควบคุมค่าบริการที่เกินจากแพ็คเกจ หากเกินที่กำหนดบริการทั้งหมดจะหยุดทันที สมัครแพ็คเกจเสริม สามารถจ่ายค่าบริการด้วย Rabbit LINE Pay และดาวน์โหลดใบแจ้งหนี้และใบกำกับภาษีได้

ทั้งหมดทำได้ด้วยตัวเองผ่านแอปได้เลย

 

 

 

อย่างไรก็ตาม การเปิดให้บริการของ LINE MOBILE มีข้อสังเกตที่น่าสนใจอยู่หลายประการ เนื่องจาก LINE MOBILE ยังไม่เปิดเผยข้อมูลทางกฎหมายและแผนธุรกิจในเวลานี้ แต่จากข้อมูลเบื้องต้น LINE MOBILE ให้บริการบนคลื่นความถี่ 850, 1800 และ 2100MHz ผ่านผู้ให้บริการ dtac TriNet หรือ DTN เท่ากับว่า มีการใช้คลื่นความถี่ และโครงข่ายของ DTN

ทั้งนี้ LINE MOBILE ยืนยันว่า ไม่ใช่ผู้ให้บริการ MVNO แต่เป็นผู้ให้บริการมือถือแบบดิจิทัล (?) ผ่าน dtac TriNet

ประเด็นนี้แตกต่างจากการเป็นผู้ให้บริการ MVNO ที่ต้องมีใบอนุญาตให้บริการประเภทที่ 1 (ไม่มีโครงข่ายเป็นของตัวเอง) ซึ่งมีลักษณะเหมือนกรณี ทีโอที ให้ i-mobile หรือ CAT ให้กับ ซิมเพนกวิน) แต่ยังไม่มีข้อมูลว่า LINE MOBILE ได้ใบอนุญาตประเภทไหน